วันนี้คุณได้รับสารพิษเข้าไปหรือเปล่า?

จริงๆ แล้วกระทรวงสาธารณสุขทำอะไรบ้าง?

 

สารบัญ

ถัดไป

ก่อนหน้านี้

 
ศาสตราจารย์ ดร. ภักดี โพธิศิริ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า

“กระทรวงสาธารณสุข มีหน้าที่รับผิดชอบหลักในเรื่องความปลอดภัยของอาหารและสุขภาพของผู้บริโภค พระราชบัญญัติอาหาร เป็นเครื่องมือที่มีอยู่ตามกฎหมายที่เรากำลังใช้อยู่ในขณะนี้ รัฐบาลได้กำหนดนโยบายเมื่อเร็วๆ นี้ โดยพณฯท่านนายกรัฐมนตรี ในการที่จะทำให้ประเทศไทยเป็น “ครัวของโลก” เราต้องสามารถให้การรับประกันกับความปลอดภัยของอาหารของไทย ที่ผลิตจำหน่ายภายในประเทศ และส่งออกต่างประเทศ รวมทั้งให้เกิดความมั่นใจว่า อาหารไทยนั้น มีคุณภาพทัดเทียมกับมาตรฐานสากล”

“มาตรฐานอาหารที่ประกาศใช้เป็นกฎหมายภายใต้พระราชบัญญัติอาหาร ได้ทำการอ้างอิงกับมาตรฐานของโคเด็กซ์ (Codex) ในอดีตนั้น มีปัญหาในเรื่องของการขาดการบังคับใช้กฎหมาย มากกว่าการขาดระบบของกฎหมาย นโยบายใหม่ของพณฯท่านนายกรัฐมนตรีนี้ กระทรวงฯ เร่งรัดกวดขันให้มีผลบังคับใช้กฎหมาย และมุ่งเน้นไปที่ปัญหาการปนเปื้อนของอาหารทั้งจากสารเคมี และจุลินทรีย์ ซึ่งจากประสบการณ์ของเราแล้ว สารเคมีปนเปื้อนที่พบเห็นบ่อยที่สุด คือ เบต้าอโกนีสต์ ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในหมู และสารกันบูดที่ผิดกฎหมาย เช่น บอแรกซ์และกรดซาลิไซลิกซ์ และแน่นอนอีกกลุ่มหนึ่งคือ สารกำจัดศัตรูพืช”

“สิ่งที่ผมหมายถึงในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย ก็คือ การขอให้การทำงานของบุคลากรในหลายกรม เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร ในการตรวจตามร้านอาหารในตลาด ในระดับจังหวัด เราได้ร้องขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและสาธารณสุขจังหวัด เป็นผู้ดำเนินการ”

“นอกจากนั้น เรายังได้ออกโลโก้ “อาหารปลอดภัย” สำหรับร้านขายอาหารที่ผ่านการตรวจสอบมาแล้ว 3 ครั้ง หากไม่พบอาหารที่มีการเจือปน จากร้านขายอาหารดังกล่าว ก็จะติดตั้งโลโก้ ให้ผู้บริโภคเห็นว่าเขาสามารถซื้ออาหารที่สะอาดได้ อาหารที่ว่านี้ อาจไม่ใช่อาหารที่ปลอดจากสารปนเปื้อนทั้งหมด แต่มีระดับของสารที่อยู่ในการควบคุม ผู้บริโภคก็สามารถที่จะเลือกซื้อพืชผักและผลไม้ได้”

“ในระยะยาว แผนการให้การรับรอง จะเป็นภาระหนักที่สำคัญของกระทรวงฯ ดังนั้นหน้าที่ความรับผิดชอบในเรื่องนี้จะให้เป็นของเจ้าของตลาด และเจ้าของร้านขายอาหารเอง โดยดำเนินการควบคุมกันเอง ในขณะที่เจ้าหน้าที่จะติดตามสุ่มตรวจสอบเป็นระยะ หากพบการกระทำผิด จะทำการเพิกถอนโลโก้ที่มอบให้”

“เรากำลังทำงานร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อแก้ปัญหาตกค้างของสารเคมีกำจัดศัตรูพืช เราจำเป็นต้องใช้แนวทางที่เป็นองค์รวม โดยที่เราได้พิจารณาตามเส้นทางจากฟาร์มถึงโต๊ะอาหาร และมีการมอบหมายอำนาจหน้าที่เพื่อให้เกิดความแน่ใจว่า ได้ครอบคลุมขั้นตอนสำคัญทุกขั้นตอนตามเส้นทางการเดินทางของอาหาร เราไม่สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการปฏิบัติการเฉพาะที่ปลายทางของอาหาร และจำเป็นต้องตรวจดูการปฏิบัติของผู้ผลิต ด้วยกฎหมายที่ว่าด้วยการควบคุมวัตถุอันตราย ห้ามเกษตรกร ใช้สารเคมีที่ได้มีการประกาศห้ามใช้ ผู้ใดที่ครอบครองและขายสารดังกล่าว จะต้องถูกลงโทษสถานหนัก แต่ข้อจำกัดก็คือ การบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ ยังไม่มีประสิทธิภาพ”

 

 

 


กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกแบบโลโก้นี้ขึ้นมา เพื่อรับรองความปลอดภัยอาหารในร้านค้าและในตลาด