วันนี้คุณได้รับสารพิษเข้าไปหรือเปล่า?

มีใครช่วยเหลือเกษตรกรอินทรีย์ในประเทศไทยบ้างหรือไม่?

 

สารบัญ

ถัดไป

ก่อนหน้านี้

 
คุณวิทูรย์ ปัญญากุล เลขาธิการมูลนิธิสายใยแผ่นดิน (Earth Net Foundation) มูลนิธินี้ ช่วยเกษตรกรอินทรีย์ในเรื่องเทคโนโลยีการผลิต การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว และช่วยเหลือทางด้านการกำหนดราคาและการตลาด

“เกษตรกรรู้ว่าสารเคมีนั้นเป็นอันตราย พวกเขามักจ้างคนพ่นสารเคมี ซึ่งจะต้องจ่ายค่าแรงแพง และเกษตรกรก็ไม่กินพืชผักที่พวกเขาขาย เนื่องจากมีสารเคมีเจือปน”

“สิ่งที่เกษตรกรอยากจะรู้คือ เขาสามารถเปลี่ยนระบบการผลิตได้หรือไม่ พวกเขามีทางเลือกดังนี้ จะยังคงเสี่ยงต่อสุขภาพและจ่ายค่าปัจจัยการผลิตที่สูงอยู่ต่อไป หรือจะหยุดใช้สารกำจัดศัตรูพืชและมีรายได้ดี ถ้าเกษตรกรต้องการที่จะเปลี่ยนแปลง มูลนิธิสายใยแผ่นดินและสหกรณ์กรีนเนทสามารถช่วยพวกเขาได้”

“เกษตรกรที่ต้องการความช่วยเหลือจากมูลนิธิ ต้องมีการเซ็นสัญญากัน โดยเกษตรกรเหล่านั้น จะต้องรับผิดชอบต่อการจัดการฟาร์มและค่าใช้จ่ายสำหรับปัจจัยการผลิต แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ เกษตรกรต้องหยุดใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในทันที แต่จากนั้นต้องใช้เวลา 18 เดือน ก่อนได้การรับรองเป็นผู้ผลิตอินทรีย์ จะมีการตรวจฟาร์มทุกฟาร์มเพื่อให้แน่ใจว่าฟาร์มแต่ละฟาร์มนั้น ปฏิบัติได้ตามมาตรฐาน”

“มาตรฐานที่ใช้ คือ มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (ม.ก.ท.-ACT) ในประเทศไทยนั้น เป็นที่ยอมรับว่าเป็นมาตรฐานสากล เป็นหน่วยงานในการให้การรับรองแห่งแรกของเอเชียที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นสากล ไม่ใช่ว่าเกษตรกรทุกคนจะสามารถปฏิบัติได้ตาม มาตรฐานเหล่านี้ มีเกษตรกรบางคนไม่สามารถผ่านโครงการของเรา แต่จำนวนของเกษตรกรอินทรีย์ไทยก็กำลังเพิ่มขึ้น”

“เราได้ดำเนินการตามโครงการเกษตรอินทรีย์มากว่า 10 ปีแล้ว และขณะนี้ มีผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์อยู่ประมาณ 1,000 รายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เรากำลังขยายไปที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ เราไม่คาดหวังให้เกษตรกรไทยทุกคน เปลี่ยนมาทำการเกษตรอินทรีย์ แต่เกษตรกรที่ยากจนมากมาย สามารถได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนวิธีการผลิตของเขา เกษตรกรรายย่อยเหล่านี้ ใช้เงินมากมายกับสารเคมี แต่ก็ขายพืชผลได้ราคาต่ำ และพวกเขากำลังทำร้ายแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติของตัวเองลง มูลนิธิสายใยแผ่นดิน และสหกรณ์กรีนเนท ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า ยังมีทางเลือกอื่นๆ สำหรับเกษตรกรเหล่านี้อยู่.”

 

 

การควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิธี

ในแปลงเกษตรกรนั้น มีแมลง แบคทีเรีย และไวรัสหลายชนิดรวมกันอยู่ บางชนิดเป็นศัตรูพืช แต่ก็มีอยู่หลายชนิดที่เป็นพวกที่มีประโยชน์ เพราะว่าพวกมันเป็น “ศัตรูธรรมชาติของศัตรูพืช” แทนที่จะพ่นสารพิษทำลายมัน มีความเป็นไปได้ที่เกษตรกรจะนำเอาศัตรูธรรมชาติเข้ามาไว้ในแปลงปลูกพืช เพื่อการ ควบคุมศัตรูพืช ซึ่งเราเรียกการกระทำเช่นนี้ว่า “การควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิธี”ในประเทศไทย มีการควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิธีอยู่ 3 แบบ คือ
  • การเลี้ยงศัตรูธรรมชาติโดยกลุ่มเกษตรกร เกษตรกรบางคน ได้รับการฝึกให้เก็บรวบรวมและผสมพันธุ์แมลง เช่น แมลงหางหนีบ ที่ถูกนำไปปล่อยในไร่อ้อย เพื่อควบคุมหนอนเจาะลำต้น นี่เป็นทางเลือกที่ง่ายๆ มีประสิทธิภาพ และราคาถูกเพื่อทดแทนสารเคมี
  • การเลี้ยงให้ได้ปริมาณมากๆ ของกรมส่งเสริมการเกษตร โดยศูนย์บริหารศัตรูพืชทั่วประเทศ 9 ศูนย์ ซึ่งได้ผลิตแมลงที่มีประโยชน์ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก เช่น แมลงหางหนีบ มวนเพชรฆาต และด้วงเต่า เกษตรกรสามารถขอแมลงดังกล่าวที่ศูนย์เหล่านี้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
  • การผลิตสารชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืชเชิงการค้า ได้มีบางบริษัทที่ผลิตไวรัส (เช่น เอ็นพีวี-NPV) และแบคทีเรีย (เช่น บีที-Bt) บรรจุขวด และสามารถใช้พ่นกับต้นพืชได้ สารเหล่านี้ ทำให้หนอนผีเสื้อต่างๆ ป่วย และตายในที่สุด

 


ศูนย์บริหารศัตรูพืชของกรมส่งเสริมการเกษตรที่พัทยา ทำการเลี้ยงมวนเพชรฆาต แมลงตัวห้ำเหล่านี้ฆ่าหนอนผีเสื้อด้วยการดูดกินน้ำเลี้ยงจากตัวหนอน