| วันนี้คุณได้รับสารพิษเข้าไปหรือเปล่า? |
สำหรับร้านอาหาร พวกเขาใช้วัตถุดิบในการประกอบอาหารที่ปลอดภัยหรือเปล่า?
|
||
| นางการะเกต สรพิพัฒน์ อายุ 50 ปี
ผู้จัดการร้านอาหารทางเลือกเพื่อสุขภาพ จังหวัดตรัง
จบการศึกษาปริญญาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล “เราเริ่มทำร้านอาหารนี้ ก็เพราะเรารู้สึกกังวลต่อพิษตกค้างของสารเคมีในผักและผลไม้ สามีของดิฉันเป็นแพทย์ บอกว่ามีผู้คนมากมายป่วยเนื่องจากอาหารไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นผลจากสารกำจัดศัตรูพืชและสารกันบูด เราเริ่มทำการทดลองปลูกพืชอินทรีย์ เพื่อบริโภคเอง จากนั้นเราก็พูดคุยถึงสถานการณ์นี้กับเพื่อนสนิท และตัดสินใจที่จะเปิดร้านอาหารเพื่อสุขภาพ เพราะว่าเราต้องการช่วยแก้ปัญหาให้กับชุมชน ให้ได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัย" “พืชผักที่เราใช้ในร้านอาหารมาจากแหล่งต่างๆ บางอย่างเราก็ปลูกของเราเอง เช่น ผักกาดขาว และผักกาดหอม ดังนั้นเราจึงแน่ใจว่าผักเหล่านี้ปลอดภัย นอกจากนี้เรายังใช้ผักพื้นบ้าน ซึ่งสามารถซื้อผักพวกนี้ได้จากชาวบ้านในชนบท และสำหรับผักอื่นๆ เช่น มะเขือเทศ เราซื้อจากซุปเปอร์มาเก็ต ที่ขายอาหารเพื่อสุขภาพ โดยปกติแล้วจะติดฉลาก เช่น คำว่า “ดอยคำ” เจ้าหน้าที่จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (กระทรวงสาธารณสุข) มักจะมาเก็บตัวอย่างผักของเราไปตรวจหาการปนเปื้อนของสารเคมี โดยไม่มีการนัดหมายล่วงหน้า จึงเป็นผลให้เราได้รับใบประกาศที่แสดงว่าอาหารของเราปลอดภัย”
|
|||
| คุณสันติสุข วิสุทธิเสน ผู้จัดการทั่วไป ร้านอาหารจิตรโภชนา
สาขาลาดพร้าว กรุงเทพฯ “ปกติแล้วเราจะซื้อผักและผลไม้จากตลาดขายส่งสี่มุมเมือง หรือตลาดสะพานใหม่ เรารู้ว่ามีปัญหา การปนเปื้อนสารเคมี เมื่อใช้เครื่องมือตรวจสอบที่ผลิตโดยกระทรวงสาธารณสุข สิ่งที่พบแสดงให้เห็นว่า ผักทุกชนิดปนเปื้อนสารเคมีสูงมาก รวมทั้งขึ้นฉ่าย และคะน้า ที่เราใช้เป็นจำนวนมากในการประกอบอาหาร” “หลังจากทำการตรวจสอบแล้ว เราได้เริ่มใช้น้ำโอโซนทำความสะอาดผัก เราหวังว่าการล้างนี้จะขจัดสารกำจัดศัตรูพืชปนเปื้อนได้ เราไม่ซื้อผักที่เรียกว่า “ผักปลอดภัย” จากตลาด เพราะไม่แน่ใจกับฉลากที่ติดเอาไว้ เราสั่งผักจากเกษตรกรที่ปลูกผักแบบไม่ใช้ดิน สำหรับแผนกสลัด ถึงแม้ว่าจะมีการใช้สารเคมีบ้าง เมื่อมีแมลงมารบกวน สำหรับผักอินทรีย์นั้น มีราคาสูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับผักอื่นๆ ในตลาดทั่วไป เราจำเป็นต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายของวัตถุดิบและราคาของอาหารที่เราปรุงสำเร็จแล้วด้วย” “เพื่อแก้ปัญหานี้ รัฐบาลควรให้ความรู้แก่เกษตรกรถึงพิษภัยของสารกำจัดศัตรูพืช ที่มีผลต่อสุขภาพของเกษตรกรเอง และผู้บริโภค นอกจากนี้เกษตรกรควรได้รับรู้เกี่ยวกับทางเลือกในการจัดการดูแลพืชโดยไม่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช”
|
|
||