วันนี้คุณได้รับสารพิษเข้าไปหรือเปล่า?

ใครเป็นผู้ทำการทดสอบหาสารพิษตกค้างในอาหารของเรา?

 

สารบัญ

ถัดไป

ก่อนหน้านี้

 
มีหลายองค์กรในประเทศไทย เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (สำนักวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร) และกระทรวงสาธารณสุข (กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์) ที่ทำการทดสอบอาหารเพื่อหาสารปนเปื้อนต่างๆ รวมทั้งสารกำจัดศัตรูพืช สถาบันเหล่านี้ มีห้องทดลองเพื่อทำการทดสอบในรายละเอียด พิษตกค้างของสารกำจัดศัตรูพืชสามารถทำการตรวจสอบได้ ในไร่นา ในร้านอาหารและตลาด ด้วยการใช้ชุดเครื่องมือตรวจอย่างง่ายๆ แต่การตรวจสอบด้วยเครื่องมือเหล่านี้ ไม่สามารถตรวจหาสารเคมีได้ทุกชนิด

นายวิทยา หาญสุวรรณ ผู้ช่วยผู้จัดการตลาดสี่มุมเมือง ตลาดขายส่งที่ใหญ่ที่สุดสำหรับผักและผลไม้ในประเทศไทย ซึ่งกระจายผลผลิตให้ตลาดทั่วไปในกรุงเทพฯ

“ตลาดของเรา เป็นตลาดที่รองรับพืชผักจาก ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันตก โดยรวมแล้ว ในแต่ละวันมีพืชผักประมาณ 5,000 ตัน ส่งผ่านตลาดสี่มุมเมือง เราตรวจหาค่า MRLs ของสารกำจัดศัตรูพืชกับผักทุกชนิด รวมทั้งสารปนเปื้อนอื่นๆ เช่น สารบอแรกซ์ สารฟอร์มาลิน สารซัลเฟต และสารฟอกขาว”

“เราทำการทดสอบโดยการสุ่มและตามที่มีการร้องขอ โดยทำการทดสอบให้กับเกษตรกร พ่อค้าคนกลาง ผู้ซื้อ และบริษัทส่งออก ในกรณีที่มีการปนเปื้อนสูง เราจะรายงานกลับไปที่แหล่งผลิต และหากเราตรวจพบการปนเปื้อนได้ถึง 3 ตัวอย่างจากผู้ค้า 1 ราย เราจะห้ามมิให้ส่งสินค้ามาที่ตลาดสี่มุมเมืองอีก”

“ผมคิดว่ารัฐบาลเดินมาถูกทางแล้วในการปรับปรุงเรื่องความปลอดภัยของอาหาร แต่ก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่ประชาชนทั่วไปเป็นห่วงคือ กลัวว่ารัฐบาลพยายามสร้างภาพเพียงการพูดในนโยบาย แทนที่จะผลักดันให้มีการปฏิบัติจริง ผู้บริโภคนั้นจำเป็นที่จะต้องตระหนักว่า พวกเขาสามารถมีอิทธิพลโน้มน้าวในการกำหนดวิธีการผลิตของเกษตรกรได้ แต่ถ้าเราซึ่งเป็นผู้บริโภค ยังเรียกร้องหรือต้องการแต่ผักที่มองดูแล้วมีรูปทรงสมบูรณ์สวยงาม เกษตรกรก็จะยังคงใช้สารเคมีในปริมาณที่มากมายเพื่อปกป้องพืชผักของเขาอยู่ต่อไป เพราะเกษตรกรกลัวจะสูญเสียรายได้จากการผลิตผักที่มีลักษณะไม่ดึงดูดผู้ซื้อ”

 

 
 

การทดสอบพิษตกค้างของสารกำจัดศัตรูพืช


สารพิษตกค้างมักจะถูกตรวจสอบด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า “เครื่องจีที” ซึ่งพัฒนาขึ้นมาโดย คุณกอบทอง ธูปหอม จากกระทรวงสาธารณสุข
“เครื่องจีที” เป็นเครื่องมือตรวจว่าตัวอย่างของอาหารเจือปนสารเคมีที่ทำหน้าที่ยับยั้งเอ็มไซม์ที่ชื่อ “อซิทิลคลอลีนเอสเทอเรส” อยู่หรือไม่ เอ็มไซม์ตัวนี้ ทำหน้าที่สำคัญในร่างกายมนุษย์ แต่มันจะไม่ทำงานถ้าหากว่ามีสารกำจัดศัตรูพืชชนิดนี้ ปรากฎอยู่ในตัวอย่างที่ทำการตรวจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวอย่างที่มีสารตกค้างพวกออร์กาโนฟอสเฟต และคาร์บาเมต
“เครื่องจีที” สามารถพกพาไปได้ทุกสถานที่ตรวจ ยกตัวอย่างเช่น ที่ตลาดสด และก็สามารถทราบผลการตรวจได้ภายใน 2-3 ชั่วโมง เครื่องมือดังกล่าวมีราคาถูกและใช้ได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องที่มีราคาแพงและห้องทดลอง
 แต่ก็มีส่วนไม่ดี ตรงที่วิธีการตรวจสอบแบบนี้ไม่มีความแม่นยำมากนัก เครื่องทดสอบจีทีจะบอกเพียงว่า มีสารตกค้างพวกออร์กาโนฟอสเฟตและคาร์บาเมตเจือปนอยู่หรือไม่ แต่ไม่สามารถระบุชนิดของสารเคมีหรือปริมาณได้ ไม่สามารถเปรียบเทียบระดับสารตกค้างสูงสุด (MRL) และมีสารเคมีบางชนิดที่ไม่สามารถตรวจสอบด้วยเครื่องมือนี้ได้ เช่น สารไพรีทรอยด์ เนื่องจากมันมิได้เป็นตัวยับยั้งการทำงานของเอ็มไซม์ “อซิทิลคลอลีนเอสเทอเรส”
   

สารออร์กาโนฟอสเฟต และสารคาร์บาเมต

สารออร์กาโนฟอสเฟตและสารคาร์บาเมต เป็นกลุ่มของสารเคมีที่ส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง (สมอง) และระบบประสาทรอบนอก (ประสาทที่พบอยู่นอกสมองหรือไขสันหลัง) สารเคมีพวกนี้ จะเข้าไปยึดติดอยู่กับตัวเอ็มไซม์อซิทิลคลอลีนเอส เทอเรส (Acetylcholinesterase-AChE) ที่ไปหยุดยั้งการส่งสัญญาณไปที่ร่างกาย ในลักษณะเช่นนี้ สารจะไปควบคุมการทำงานของเอ็มไซม์ ซึ่งเป็นผลต่อการถ่ายทอดประจุไฟฟ้าของระบบประสาททางไฟฟ้าที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมีผลโดยเฉพาะกับกล้ามเนื้อและต่อมต่างๆ ที่สั่งให้อวัยวะของร่างกายทำงาน