วันนี้คุณได้รับสารพิษเข้าไปหรือเปล่า?

นั่นเป็นเรื่องของเกษตรกร! แล้วอาหารที่เรารับประทานเข้าไปล่ะ?

 

สารบัญ

ถัดไป

ก่อนหน้านี้

 
สารเคมีที่หลงเหลืออยู่ในพืชหลังการเก็บเกี่ยวนั้น เรียกว่า “สารตกค้าง” เรื่องของสารกำจัดศัตรูพืชตกค้าง เป็นปัญหาสำคัญในประเทศไทย มีข้อมูลข่าวสารที่มาจาก 3 แหล่ง ที่น่าจะทำให้ทุกๆ คน รู้สึกเป็นกังวลขึ้นบ้างต่อสิ่งที่พวกเรากำลังจะรับประทานเข้าไป
 
  • การทดสอบตัวอย่างอาหาร 4,000 ตัวอย่างจากหลายแหล่ง โดยกระทรวงสาธารณสุขระหว่างปี 2542 และ 2546 แสดงให้เห็นว่า ราวครึ่งหนึ่งของตัวอย่างอาหาร มีการปนเปื้อนของสารกำจัดศัตรูพืช รวมถึง 45% ของผัก และ 50% ของผลไม้ไทย และกระทรวงฯ ยังพบว่า 55% ของผลไม้ที่นำเข้ามานั้นมีการปนเปื้อนของสารกำจัดศัตรูพืชอยู่ องุ่นและส้ม จะมีสารปนเปื้อนมาก แต่ไม่พบสารตกค้างใน กล้วย มะม่วง ขนุน และสับปะรด
  • ระหว่างเดือน มีนาคม 2545 ถึง มีนาคม 2546 ได้มีการตรวจสอบตัวอย่างผักและผลไม้ 1,753 ตัวอย่าง ที่ตลาดสี่มุมเมือง กรุงเทพฯ พบว่ามากกว่า 85% มีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างอยู่ และมากกว่า 3% มีระดับของสารพิษตกค้างเกินกว่าระดับมาตรฐานที่จะยอมรับได้หรือไม่ปลอดภัย ในบางเดือน เช่น เดือนสิงหาคม 2545 มีจำนวนตัวอย่างที่มีระดับของสารพิษตกค้างมากเกินมาตรฐานที่กำหนดถึง 12% อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบที่ตลาดสี่มุมเมืองนั้น ตรวจสอบโดยเครื่องมือพื้นฐานเท่านั้น ซึ่งจะไม่สามารถตรวจหาสารกำจัดศัตรูพืชบางชนิดที่ใช้กันทั่วๆ ไปในประเทศไทยได้ 
  • ระหว่างเดือนกรกฎาคม ถึง เดือนพฤศจิกายน 2545 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ทำการสำรวจหาพิษตกค้างในผักที่เป็นที่นิยม 2 ชนิด คือ ผักคะน้าและผักบุ้ง จำนวน 202 ตัวอย่าง โดยการใช้เครื่องมือที่ดีที่สุดที่มีอยู่ของกระทรวงฯ ปรากฏว่ามีตัวอย่างเกือบครึ่ง (48%) เจือปนด้วยสารพิษตกค้างของสารกำจัดศัตรูพืชที่จัดอยู่ในระดับที่ “มีพิษสูงมาก” (Ib ขององค์การอนามัยโลก) หรือ “พิษสูงปานกลาง” (II ขององค์การอนามัยโลก) สิ่งที่น่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง คือ เกือบหนึ่งในสี่ของตัวอย่าง (23%) พบสารพิษตกค้างที่สูงกว่าระดับมาตรฐาน และยังตรวจพบปริมาณสารพิษตกค้างของสารที่ประกาศห้ามใช้แล้ว 5 ตัวอย่าง และ 1 ตัวอย่างที่มีปริมาณสารตกค้างถึง 21 เท่าของมาตรฐานปริมาณที่ยอมรับได้

 

 
การทดสอบปริมาณสารกำจัดศัตรูพืชตกค้างในผัก มีตัวอย่างมากมายที่มีปริมาณสารพิษตกค้างเกินมาตรฐานในปริมาณที่ยอมรับให้มีได้