| วันนี้คุณได้รับสารพิษเข้าไปหรือเปล่า? |
เหตุใดเกษตรกรจึงยังคงใช้สารเคมีเหล่านี้อยู่?
|
||
|
แมลงศัตรูพืช วัชพืช และโรคพืช ทำให้การดำรงชีวิตของเกษตรกรเป็นไปอย่างลำบาก
การควบคุมศัตรูพืช ช่วยให้เกษตรกรสามารถลดการสูญเสียของผลผลิต
และขายผลผลิตได้ดีขึ้น เป็นเวลาหลายสิบปีมาแล้วที่เกษตรกรได้รับการสั่งสอนมาว่า
วิธีการควบคุมศัตรูพืชที่ดีที่สุด คือ การใช้สารเคมี นายนอง อำพิณ ชาวนาวัย 60 ปี อยู่ที่หมู่บ้านหนองขาหย่าง อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี ปลูกข้าว 2 ครั้งต่อปี ในเนื้อที่ 40 ไร่
|
|||
|
“โดยปกติแล้วเมื่อข้าวอายุ 1 เดือน ผมก็จะใช้สารกำจัดวัชพืชควบคุมหญ้า
หลังจากนั้นอีก 6 สัปดาห์ ผมจะใช้ เมทามิโดฟอส
(สารกำจัดแมลงที่องค์การอนามัยโลกจัดให้อยู่ในชั้นอันตรายที่ 1b)
โดยผสมสารตัวนี้กับ ไซเปอร์เมทริน
(สารกำจัดแมลงที่องค์การอนามัยโลกจัดให้อยู่ในชั้นอันตรายที่ II)" “ถ้ามีแมลงมากผมก็จะใช้ส่วนผสมนี้ 4 หรือ 5 ครั้ง ต่อ 1 ฤดูของการปลูกข้าว การใช้สารแต่ละครั้ง ใช้เวลา 2 วัน สำหรับแรงงาน 3 คนในครอบครัว ต่อพื้นที่ 40 ไร่ ค่าสารเคมีประมาณ 20,000 บาทต่อฤดูปลูก จึงเท่ากับ 40,000 บาทต่อปี มีเกษตรกรบางรายที่ไม่ใช้สารเคมี พวกเขาได้ข้าว 0.6-0.7 ตัน/ไร่ ในขณะที่ผมได้ 1 ตัน/ไร่ จากการใช้สารเคมี” “ผมไม่เคยป่วยไข้หรือมีอาการแพ้สารเคมี เพราะผมใช้หน้ากากปิดจมูกและปาก ผมใส่รองเท้ายางหุ้มส้นเมื่อเดินเข้าไปในนา และบางครั้งก็ใส่ถุงมือ แต่การพ่นสารเคมีในช่วงหน้าฝน จะเป็นอันตรายและลำบากเพราะต้นข้าวสูง" “ผมเคยได้ยินมาว่า มีชาวนาในท้องที่อื่นป่วย ผมคิดว่าพวกเขาคงใช้สารเคมีที่แรงมาก บางทีผมอาจจะหยุดใช้สารเคมี เพราะรู้สึกเป็นห่วงสุขภาพ และเกษตรกรที่ไม่ใช้สารเคมี ก็ยังคงทำกำไรอยู่ โดยเฉพาะในฤดูนาปี"
|
|
||
|
ในอีกส่วนหนึ่งของจังหวัดอุทัยธานี นางบังเอิญ แพรเขียว ได้ปลูกมะม่วงเอาไว้
800 ต้น ในเนื้อที่ 30 ไร่
|
|||
|
“เราเริ่มด้วยการพ่นสารหลังจากที่ตัดแต่งกิ่งในเดือนมิถุนายน เราใช้ เมธามิโดฟอส (สารกำจัดแมลง) เพื่อปกป้องใบอ่อนจากแมลง และเราก็ใช้ คาร์เบนดาชซิม (สารกำจัดเชื้อรา) เพื่อปกป้องผลอ่อนจากเชื้อรา ซึ่งโดยปกติแล้ว เราผสมสารหลายอย่างลงไปในถังพ่นสารเคมีขนาดใหญ่ 1,000 ลิตร บรรทุกไว้บนรถแทรกเตอร์ ซึ่งใช้ 3 ถังสำหรับ 800 ต้น การพ่นสารใช้เวลา 2 วัน แต่เราพ่นเพียงครึ่งวันเพราะมีอันตรายมาก เนื่องจากสารเคมีมีพิษแรงมากและต้นไม้ก็สูง ได้ใช้จ่ายไปกับสารเคมีกว่า 20,000 บาท ได้ผลผลิต 20 ตัน ในการเก็บเกี่ยวครั้งแรกของปี”
|
|
||